GERMAN WINE – THE RENAISSANCE OF RIESLING AND CO PART 4 (Final)

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ สำหรับคนที่อยากอ่านตอนก่อนหน้าก็ย้อนกลับไปอ่าน ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 กันได้ครับ ในตอนนี้ เรามาทำความรู้จักกับ VDP สมาคมของผู้ผลิตไวน์ชั้นนำในเยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ชื่อเสียงของไวน์เยอรมันค่อยๆกลับดีขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนถึงทุกวันนี้ VDP and the New Era of German Wines VDP เป็นสมาคมของไร่ไวน์ชั้นนำในเยอรมนีซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1910 รวมแล้วอายุกว่า 100 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นสมาคมของไร่ไวน์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในโลกเลยทีเดียว ในปัจจุบัน สมาคมนี้มีสมาชิกเป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงในเยอรมนีอยู่ทั้งหมด 202 แห่งด้วยกัน VDP ย่อมาจาก Verband der Deutscher Prädikatsweingüter หรือแปลเป็นไทยตรงตัวได้ว่า สมาคมไร่ไวน์ที่มีลักษณะเฉพาะของเยอรมนี ซึ่งอ่านคำแปลแล้วอาจจะงงๆในความหมายแต่จริงๆแล้วมันมีที่มาที่ไปดังนี้ครับ VDP แต่เดิมมีชื่อว่า Verband Deutscher Naturweinversteigerer ซึ่ง Verband แปลว่า สมาคม Deutcher แปลว่า เยอรมัน ส่วนคำสุดท้ายแปลว่า คนที่นำไวน์ธรรมชาติ … Continue reading

Rate this:

GERMAN WINE – THE RENAISSANCE OF RIESLING AND CO PART 3

text: กิตติศักดิ์ จารยะพันธุ์ (Certified German Wine Advisor จาก German Wine Institute) มาถึงตอนที่ 3 ของบทความแนะนำไวน์เยอรมันชุดนี้ครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านก็ย้อนกลับไปอ่าน ตอนที่ 1 กับ ตอนที่ 2 ก่อนได้ครับ เนื้อหาตอนนี้อาจจะลงลึกนิดนึงเพราะเกี่ยวกับระบบคุณภาพของไวน์เยอรมันรวมถึงที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นระบบในปัจจุบันครับ The Quality Pyramid and Must Weight สำหรับผู้ที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากจะหาไวน์เยอรมันซักขวดมาดื่ม สิ่งแรกที่ควรจะต้องรู้ก่อนเลยก็คือ การแยกแยะระดับคุณภาพและสไตล์ของไวน์แต่ละขวด ซึ่งเป็นเรื่องที่จะว่าซับซ้อนก็ใช่ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะศัพท์ภาษาเยอรมันที่ไม่รู้ แต่ถ้าเข้าใจในหลักการแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป การจัดลำดับคุณภาพของไวน์เยอรมันซึ่งจุดหมายที่แท้จริงแล้วควรจะเป็นการจัดลำดับไวน์ตามคุณภาพน้ำไวน์ที่อยู่ในขวด แต่ก็อย่างว่าครับ ธุรกิจไวน์เมื่อสมัยก่อนเป็นธุรกิจที่เรียกว่ามีผลประโยชน์สูง ทำให้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับเยอรมันแล้ว การจัดลำดับคุณภาพเป็นการประลองกำลังระหว่างสองฝ่ายครับ ฝ่ายแรกเป็นผู้ที่มีอำนาจออกกฏหมายซึ่งมีอิทธิผลอย่างสูงในช่วงที่เยอรมนีกำลังฟื้นฟูประเทศหลังจากพ่ายสงครามโลก ส่วนฝ่ายที่สองเป็นเจ้าของไร่ไวน์ชั้นนำในเยอรมนีซึ่งเมื่อช่วงฟื้นฟูประเทศแทบจะไม่มีปากมีเสียง แต่ในปัจจุบันกำลังเป็นแรงผลักดันสำหรับที่ทำให้ไวน์เยอรมันกลับมาอยู่แถวหน้าอีกครั้งอย่างภาคภูมิ เริ่มจากฝ่ายแรกซึ่งได้ออกกฏหมายที่มีอิทธิพลอย่างมากคือ กฏหมายไวน์ปี 1971 ที่ได้กล่าวถึงไปแล้วใน ตอนที่ 1 โดยสาระสำคัญคือ หลักความคิดที่ว่าไวน์ดีสามารถที่จะผลิตขึ้นที่ไหนก็ได้และคุณภาพของไวน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ที่ใช้ปลูกองุ่นแต่ขึ้นอยู่กับความสุกขององุ่นเป็นหลัก ง่ายๆเลยก็คือ ยิ่งองุ่นสุกมากไวน์ที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีมากขึ้นตาม โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวแปรอื่นๆอย่าง พื้นที่ปลูก … Continue reading

Rate this:

German Wine – The Renaissance of Riesling and Co Part 2

text: กิตติศักดิ์ จารยะพันธุ์ (Certified German Wine Advisor จาก German Wine Institute) ใน ตอนที่ 1 ผมได้เล่าเรื่องให้ฟังแล้วว่าสมัยก่อนไวน์จากเยอรมันรุ่งเรืองมากไม่แพ้ไวน์จากฝรั่งเศสเลย แต่ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมทำให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาหดหายไม่เหลือ ใน ตอนที่ 2 นี้ เราจะมาดูกันว่า ไวน์เยอรมันจะสามารถพัฒนากลับมาอยู่แถวหน้าของวงการไวน์ได้อย่างไรครับ เท่านั้นไม่พอ ใครๆที่คิดว่าเยอรมันมีดีแค่ที่ไวน์ขาวและรีสลิงละก็ ผิดถนัดเลยครับ! German Wine Renaissance เมื่อมีลงก็ย่อมมีขึ้น ในยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา คุณภาพและชื่อเสียงของไวน์เยอรมันที่เคยรุ่งเรืองในอดีตก็กลับมาดีขึ้นอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ ก็ต้องยกความดีให้กับเจ้าของไร่ไวน์ระดับตำนานหลายคนที่มุ่งมั่นและทุ่มเททำไวน์คุณภาพเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เฮลมุต เดินน์โฮฟ (Helmut Dönnhoff) จากเขตนาเฮอ ผู้ซึ่งเพิ่งได้รับเกียรติเป็นคนแรกให้ได้รับรางวัล Seigneur du vin 2012 (The Lord of Wines 2012) ที่ World Wine Symposium ครั้งล่าสุด หรือจะเป็น … Continue reading

Rate this: