GERMAN WINE – THE RENAISSANCE OF RIESLING AND CO PART 4 (Final)

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ สำหรับคนที่อยากอ่านตอนก่อนหน้าก็ย้อนกลับไปอ่าน ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 กันได้ครับ ในตอนนี้ เรามาทำความรู้จักกับ VDP สมาคมของผู้ผลิตไวน์ชั้นนำในเยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ชื่อเสียงของไวน์เยอรมันค่อยๆกลับดีขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนถึงทุกวันนี้

VDP's Young Generations

VDP’s Young Generations

VDP and the New Era of German Wines

VDP เป็นสมาคมของไร่ไวน์ชั้นนำในเยอรมนีซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1910 รวมแล้วอายุกว่า 100 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นสมาคมของไร่ไวน์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในโลกเลยทีเดียว ในปัจจุบัน สมาคมนี้มีสมาชิกเป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงในเยอรมนีอยู่ทั้งหมด 202 แห่งด้วยกัน VDP ย่อมาจาก Verband der Deutscher Prädikatsweingüter หรือแปลเป็นไทยตรงตัวได้ว่า สมาคมไร่ไวน์ที่มีลักษณะเฉพาะของเยอรมนี ซึ่งอ่านคำแปลแล้วอาจจะงงๆในความหมายแต่จริงๆแล้วมันมีที่มาที่ไปดังนี้ครับ

Wines from VDP Members at the Tasting at the German Ambassador's Residence

Wines from VDP Members at the Tasting at the German Ambassador’s Residence

VDP แต่เดิมมีชื่อว่า Verband Deutscher Naturweinversteigerer ซึ่ง Verband แปลว่า สมาคม Deutcher แปลว่า เยอรมัน ส่วนคำสุดท้ายแปลว่า คนที่นำไวน์ธรรมชาติ (Naturwein หรือ Natural Wine ซึ่งในสมัยนั้น จะหมายถึงไวน์ที่ผ่านการ Chap) มาขายในงานประมูล รวมกันจึงแปลได้ว่า สมาคมของไร่ไวน์เยอรมันที่นำไวน์ธรรมชาติมาขายในงานประมูล ซึ่งเมื่อก่อนงานประมูลขายไวน์จะเป็นโอกาสสำคัญที่ไร่ไวน์แต่ละไร่จะประชันฝีมือกันโดยแต่ละคนจะนำเอาไวน์ที่ดีที่สุดในแต่ละปีมาออกประมูลขาย ไวน์ขวดไหนถูกประมูลไปในราคาสูงก็จะยิ่งสร้างชื่อเสียงและสร้างความภูมิใจให้กับเจ้าของ ต่อมาในปี ค.ศ. 1971 กฏหมายไวน์เจ้าปัญหาก็ถูกประกาศออกมาใช้ ซึ่งมีการห้ามใช้คำว่า Naturwein (Natural Wine) ทำให้สมาคมต้องเปลี่ยนมาเป็นชื่อในปัจจุบันคือ VDP หรือ Verband der Deutscher Prädikatsweingüter ซึ่งคำว่า Prädikatswein หรือ Pradicate Wine ก็เป็นคำศัพท์ที่ใช้สำหรับเรียกชื่อระดับคุณภาพไวน์ที่ดีที่สุดของกฏหมายใหม่เอื่ยมฉบับนี้นั่นเองครับ

VDP Logo on the Capseln

VDP Logo on the Capseln

ไวน์ของสมาชิก VDP ทุกขวดจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปนกอินทรีย์และพวงองุ่นอยู่ที่คอขวด จุดแข็งที่แตกต่างของ VDP ก็คือ สมาชิกทุกไร่มุ่งมั่นและทุ่มเทที่จะทำไวน์ที่มีคุณภาพและแสดงออกถึงแตร์ฮัวร์ โดยสมาคมมีข้อกำหนดในการทำไวน์สำหรับสมาชิกที่เข้มงวดกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้ เป็นต้นว่า มีน้ำหนักมัสที่สูงกว่าเกณฑ์ มี Yield ที่ต่ำ มีวิธีการจัดการในไร่และในเซลลาร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต้องมีชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน VDP มุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อบกพร่องของ กฏหมายไวน์ปี 1971 โดยการพัฒนาการจัดระดับคุณภาพของไวน์ที่ให้ความสำคัญกับแตร์ฮัวของแต่ละไร่ที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ 3 อย่างด้วยกันคือ คุณภาพและลักษณะเฉพาะของแต่ละไร่ ความสามารถของไวน์เมกเกอร์ และสภาพภูมิอากาศในแต่ละปี โดยเมื่อปี ค.ศ.​2001 สมาชิกของ VDP ได้ตกลงที่จะใช้ระบบคล้ายคลึงกับเบอร์กันดีโดยแบ่งระดับของไวน์ออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน ระดับแรกคือ กูทส์ไวน์ (Gutswein) ไวน์ระดับเบสิกที่มีรสชาติที่แสดงลักษณะเฉพาะของเขตปลูกไวน์แต่ละเขต ถัดมาคือ ออทส์ไวน์ (Ortswein) คล้ายๆกับ Village Wine ของเบอร์กันดี โดยองุ่นที่ใช้ทำไวน์ต้องมาจาก classified site เท่านั้น นอกจากนี้ ไวน์ต้องมีคุณภาพดีกว่าระดับแรกและมีลักษณะเฉพาะแต่ละ classified site

VDP Classification for Dry Wines

VDP Classification for Dry Wines

ไวน์ระดับที่ดีสุดคือ แอสเตอ ลาเกอ (Erste Lage) ซึ่งเทียบได้กับไวน์กรองครูของเบอร์กันดี เป็นไวน์ที่ทำจาก classified site ที่ดีที่สุด ไวน์ แอสเตอ ลาเกอ ทุกขวดจะมีสัญลักษณ์เป็นเลขหนึ่งคู่กับพวงองุ่นที่ขวด โดยไวน์ แอสเตอ ลาเกอ ที่มีรสชาติดรายจะถูกเรียกว่า โกรสเสส เกเวกส์ (Grosses Gewächs) หรือย่อๆว่า GG นอกจากจะต้องทำจากองุ่นที่มาจาก classified site ที่ดีที่สุดแล้ว ไวน์ระดับ แอสเตอ ลาเกอ ยังมีข้อหนดที่เข้มงวดอื่นๆอีก เช่น ต้องเก็บเกี่ยวผลองุ่นด้วยมือทั้งหมด มี yield สูงสุดได้เพียง 50 เฮกโตลิตรต่อเฮกตาร์ มีน้ำหนักมัสขั้นตำ่เทียบเท่ากับ ชเปทเลเซอร์ ไวน์ที่ไม่ดรายสามารถนำออกมาจำหน่ายได้อย่างเร็วสุดในวันที่ 1 พฤษภาคม ส่วนไวน์ GG นำออกมาจำหน่ายได้เร็วสุดในวันที่ 1 กันยายนสำหรับไวน์ขาว ส่วนไวน์แดงสามารถนำออกมาจำหน่ายได้หลังไวน์ขาวหนึ่งปี และเพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับระดับความหวานของไวน์ สมาชิก VDP ยังตกลงกันว่าจะใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับระดับความหวาน ได้แก่ Kabinett, Spätlese, Auslese, Beerenauslese, Eiswein และ Trockenbeerenauslese (ย้อนกลับไปอ่านเพิ่มเติมได้ใน ตอนที่ 3) เฉพาะกับไวน์ที่มีรสชาติหวานเท่านั้น ส่วนไวน์ที่มีรสชาติดรายจะมีเฉพาะคำว่า trocken (dry) กำกับไว้เท่านั้น

VDP Classification for Off-Dry Wines

VDP Classification for Off-Dry Wines

สำหรับไวน์ตั้งแต่ปี 2012 ขึ้นไป สมาชิก VDP ได้ตกลงที่จะเพิ่มระดับคุณภาพอีกหนึ่งระดับขึ้นมา ซึ่งระดับใหม่นี้เทียบได้กับ พรีมิเย่ ครู (Premier Cru) ของเบอร์กันดี ระดับคุณภาพของไวน์ที่ดีที่สุดจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โกรสเซอ ลาเกอ (Grosse Lage) ให้เหมือนกับชื่อของไวน์ GG (Grosse มีความหมายว่า Great) และนำเอาคำว่า แอสเตอ ลาเกอ (Erste Lage) มาใช้กับไวน์ระดับที่เพิ่มขึ้นมาใหม่นี้แทน นอกจากนั้น VDP ยังได้กำหนดให้สมาชิกทุกคนเขียนระบุระดับคุณภาพของไวน์ทุกขวดไว้ที่แคปซูลหุ้มจุกก๊อกเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเห็นได้ง่ายอีกด้วยครับ

Harvesting Ice Wine at Donnhoff

Harvesting Ice Wine at Donnhoff

จะเห็นได้ว่าระบบของ VDP นั้น พยายามที่จะจัดลำดับไวน์ตามคุณภาพของน้ำไวน์ในขวดเป็นหลัก ซึ่งหลักการสำคัญ คือ ไวน์ที่มีคุณภาพเยี่ยม ต้องทำมาจากองุ่นที่ปลูกบนพื้นที่ที่ดีที่สุด โดยไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถ ซึ่งคล้ายกันมากกับการจัดลำดับในเขตไวน์ที่มีชื่อเสียงเช่น บอร์โดซ์ หรือ เบอร์กันดี และตรงนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ชื่อเสียงของไวน์เยอรมันในระยะหลังดีขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ไวน์จากสมาชิก VDP นั้น คิดเป็นไม่ถึง 3% ของผลผลิตทั้งหมด และยังมีไร่ไวน์ในเยอรมนีอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ใช่สมาชิก VDP แต่มีความสามารถและทำไวน์ที่มีคุณภาพเยี่ยม แต่การจะหาไร่ไวน์เหล่านี้ให้พบนั้น ก็ยากกว่าการที่จะเลือกซื้อไวน์จากสมาชิก VDP โดยสิ่งที่ทำได้ก็อาจจะต้องพึ่งร้านไวน์หรือ Sommelier ที่มีความรู้ แต่ที่สำคัญและง่ายที่สุดเลย ก็คือการลองชิมไวน์เยอรมันด้วยตัวเอง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: