GERMAN WINE – THE RENAISSANCE OF RIESLING AND CO PART 3

text: กิตติศักดิ์ จารยะพันธุ์ (Certified German Wine Advisor จาก German Wine Institute) มาถึงตอนที่ 3 ของบทความแนะนำไวน์เยอรมันชุดนี้ครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านก็ย้อนกลับไปอ่าน ตอนที่ 1 กับ ตอนที่ 2 ก่อนได้ครับ เนื้อหาตอนนี้อาจจะลงลึกนิดนึงเพราะเกี่ยวกับระบบคุณภาพของไวน์เยอรมันรวมถึงที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นระบบในปัจจุบันครับ The Quality Pyramid and Must Weight สำหรับผู้ที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากจะหาไวน์เยอรมันซักขวดมาดื่ม สิ่งแรกที่ควรจะต้องรู้ก่อนเลยก็คือ การแยกแยะระดับคุณภาพและสไตล์ของไวน์แต่ละขวด ซึ่งเป็นเรื่องที่จะว่าซับซ้อนก็ใช่ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะศัพท์ภาษาเยอรมันที่ไม่รู้ แต่ถ้าเข้าใจในหลักการแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป การจัดลำดับคุณภาพของไวน์เยอรมันซึ่งจุดหมายที่แท้จริงแล้วควรจะเป็นการจัดลำดับไวน์ตามคุณภาพน้ำไวน์ที่อยู่ในขวด แต่ก็อย่างว่าครับ ธุรกิจไวน์เมื่อสมัยก่อนเป็นธุรกิจที่เรียกว่ามีผลประโยชน์สูง ทำให้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับเยอรมันแล้ว การจัดลำดับคุณภาพเป็นการประลองกำลังระหว่างสองฝ่ายครับ ฝ่ายแรกเป็นผู้ที่มีอำนาจออกกฏหมายซึ่งมีอิทธิผลอย่างสูงในช่วงที่เยอรมนีกำลังฟื้นฟูประเทศหลังจากพ่ายสงครามโลก ส่วนฝ่ายที่สองเป็นเจ้าของไร่ไวน์ชั้นนำในเยอรมนีซึ่งเมื่อช่วงฟื้นฟูประเทศแทบจะไม่มีปากมีเสียง แต่ในปัจจุบันกำลังเป็นแรงผลักดันสำหรับที่ทำให้ไวน์เยอรมันกลับมาอยู่แถวหน้าอีกครั้งอย่างภาคภูมิ เริ่มจากฝ่ายแรกซึ่งได้ออกกฏหมายที่มีอิทธิพลอย่างมากคือ กฏหมายไวน์ปี 1971 ที่ได้กล่าวถึงไปแล้วใน ตอนที่ 1 โดยสาระสำคัญคือ หลักความคิดที่ว่าไวน์ดีสามารถที่จะผลิตขึ้นที่ไหนก็ได้และคุณภาพของไวน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ที่ใช้ปลูกองุ่นแต่ขึ้นอยู่กับความสุกขององุ่นเป็นหลัก ง่ายๆเลยก็คือ ยิ่งองุ่นสุกมากไวน์ที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีมากขึ้นตาม โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวแปรอื่นๆอย่าง พื้นที่ปลูก … Continue reading

Rate this: